ไปเสม็ดมา จ้า
เริ่มจากประมาณอาทิตย์ที่แล้ว เพื่อนที่อยู่ ม.ปลาย คนนึงคือไอ้เติ้ล โทรมาบอกล่วงหน้าว่า สุดสัปดาห์นี้ (25 ตุลา 45) จะนัดกันไป trip ที่เสม็ดกัน .. กลังจากนั้นวันสองวันมานก็โทรมาคอนเฟิร์ม ว่าไปแน่..
ที่จริงมันเป็นความคิดของไอ้ลิ้มมากกว่า แต่ก็เอาเหอะนะ.. เพราะไม่ได้ไปกันแบบนี้ตั้งแต่ปี1 โน่น (ตอนนั้นไป เกาะช้าง)
(วันศุกร์ 25 ตุลาคม 2545)
22.00 น.
จัดกระเป๋าเสร็จ นั่งมอไซค์ ออกไปกินข้าวมันไก่ที่ตลาดบางเขน หลังจากนั้นนั่งรถเมล์ไปลง สนามหลาง ก็เกือบๆเที่ยงคืนแล้ว
หลังจากนั้นก็ต่อ แท๊กซี่ไปตลาดพลู บ้านไอ้เติ้ล ..
0.30 น.
พอไปถึงก็รอเวลา เพราะรถที่จะไป มันออกจากเอกมัยเที่ยวตี5 ซึ่งตอนไปถึงมันเพิ่งเที่ยงคืนกว่าๆเอง
สงสัยเพราะไม่ได้เจอกันนานก็เลยมีเรื่องคุยได้เรื่องๆจนตี 4 ก็ได้ฤกษ์ ไปเอกมัยกัน
ทีนี้ที่เราไปกันเนี่ยมัน 5 คน คือ ฉัน เติ้ล ลิ้ม เว้ง แล้วก็บี้
คือพอจะนึกออกใช่ป่ะว่า เวลานั่นเนี่ยเค้านั่งเป็น พอมี 5 คนปุ๊กก็เลยจะต้องมีคนนึง เด้งไปนั่งกับึนอื่น
ก็เลยใช้วิธีจับตั๋วกันคือ ให้เลือกเอง แต่ไม่ให้เห็นเบอร์ เห็นแต่หลังตั๋ว แค่นั้นเอง ปรากฎว่าคุณบี้ โชคดีคับ จับได้
เลยต้องระเห็ดไปนั่งกะลุงแก่ๆคนนึง
(ซึ่งตอนหลัง คุณบี้แกก็นอนซบลุงคนนั้นอย่างดีเลย หุหุ)
(วันเสาร์ 26 ตุลาคม 2545)
9.00 น.
มาถึงท่าเรือบ้านเพ ฝนตกแพรมๆ
9.30 น.
ซื้อตั๋วเรือข้ามฟากไปเกาะเสม็ด เรือจะออก 10.00 น.
เสร็จแล้วไปกินข้าวเช้า.. (รีบแดกสุดชีวิต)
กินเสร็ดไปซื้อเสบียง พวกน้ำ ขนม (แกล้มเหล้า) ไปกินที่เสม็ด
10.10 น.
รีบวิ่งไปขึ้นเรือ แต่เรือ (แม่ง) ออก 10 โมงเกือบครึ่ง รีบแทบตาย - -"
สุดท้ายก็ออก 10.30 น.
11.00 น.
ถึงเกาะเสม็ดโดยสวัสดิภาพ แล้วนั่งรถกระบะเข้าไปที่หาด เสียค่าเข้าไป 20 บาท (ค่าเข้าอุทยานมั้ง) ไปลงที่อ่าวไผ่ เสียค่ารถไปอีก 20 บาท นั่งรถไม่ถึง 5 นาทีคับ พอลงเสร็จก็ร่ำๆจะไปหาที่พักกันเพราะเหนื่อย และหนักครับ
เดินย้อนกันกลับไปที่หาดทรายแก้ว ไปดูที่พักซึ่ง ดูคล้ายๆห้องแถวมากกว่าจะเป็นบังกะโลอ่ะนะ แถมราคาก็แพงด้วย (คืนละ 800 เตียงคู่)
มีแต่คนไทยเต็มไปหมด ก็เลยเดินกลับไปอ่าวไผ่เหมือนเดิม คราวนี้ได้ห้องเล็กเหมือนเดิม แต่เป็นบ้านๆอยู่บนเขา บรรยากาศร่มรื่นดีกว่าที่แรกมาก ราคา 450 บาท ..
เที่ยงๆ น.
เดินเลาะๆชมหาดไปเรื่อยๆเพราะแถวนั้นหาดเยอะดี ..
ฝรั่งเยอะครับ อ่าวไผ่นี่แต่หาดทรายสวยมาก ขาวละเอียดแทบไม่มีกรวดเลย (จะต่างกับชะอำ หัวหินหรือพัทยาที่มีกรวดมากแล้วก็ทรายไม่สะอาดเท่า) ระหว่างที่เดินๆไปก็ เจอฝรั่งนอนเรียงรายกัน เหมือนนอนเตียงที่บ้านก็ไม่ปาน อ่านหนังสือบ้าง (กลางแจ้งแดดเปรี้ยงๆ) อาบแดดบ้าง นวดบ้างแล้วแต่.. แต่เท่าที่สังเกคดูฝรั่งเค้าจะบ้าแดดเยอะมาก บางคนนอนอาบจนตัวแดงกล่ำเลยก็มี
แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ มี "เปลือยออกนอนท้าแดดท้าลม" เป็นระยะๆจนต้องแอบมองไม่ได้
คือธรรมดานี่ก็แบบใส่ทูพีชเดินๆ นั่งๆนี่ก็ล้นจนแทบจะออกมาข้างนอนอยู่แล้วคับ
พวกเราเลย ต่างคนต่างกระดี๊กระด๊า กันใหญ่
ช่วงนี้ก็เดินไป พอปีนๆโขดหินมีที่ไหนวิวสวยๆก็ ถ่ายรูป โพสต์ท่ากันอย่างสนุกทีเดียว
ถ้าใครไปเสม็ดแล้วเอามือถือไปด้วยนี่ ถ้าอยู่ที่หาดธรรมดาๆนี่จะไม่ค่อยมีคลื่นต้องเดินไปจนเกือบสุด อ่านไผ่น่ะถึงจะใช้ได้
ก็เลยอดไม่ได้โทรไปทักทายๆ .. บ้าง
...
ฝนตก
...
17.30 น.
ฝนหยุด แล้วก็เลยชวนกันไปเล่นน้ำกันอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
รู้สึกว่าไม่ได้เล่นน้ำทะเลมานานมากเลย ทั้งๆที่ก็ไปหลายครั้งอยู่ แต่คราวนี้มันเหมือนกับย้อนกลับไปเป็นเด็ก ไม่ต้องมีฟอร์ม ไม่ต้องมีอายเพราะ รู้ไส้รู้พุง เจอะเจอ เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
มันก็ดีไปอีกแบบ เป็นความรู้สึกที่ดีใช้ได้ทีเดียว
21.00 น.
เริ่มหิว เดินกันเป็นซอมบี้ ออกไปหาร้านอาหารกินข้าวกัน ตอนแรกจะกินที่ริมหาดแต่ พอดีคืนนั้นมีบอลลีกอังกฤษพอดี ก็เลยเลือกที่จะนั่งข้างในหน้าจอทีวี รอดูบอลซะมากกว่า .. ซึ่งก็โชคดีมากที่ไม่นั่งริมหาดเพราะว่าหลังจากนั้นไม่นานฝนก็ตกลงมา ห่าใหญ่ๆ เรียกว่าร่มที่ปักกันแดดเมือ่ตอนกลางวันนี่ปลิวลอยไปหลายตัวทีเดียว ..
คืนนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จก็ทานเหล้ากันนิดหน่อย ประมาณคนละแก้วเพราะว่า ไม่ค่อยกินกันมากยกเว้น ไอ้คุณบี้ของเราคนเดียวที่ ร่ำๆว่าเปรี้ยวปากอยากกิน แต่พอไม่ค่อยมีคนกินกัน ก้เลยกินไปแค่นิดเดียว
ซึ่งผลบอลคืนนั้นก็ ชัยชนะตกเป็นของลิเวอร์พูลเหนือ สเปอร์ 2-1 จากการทำประตูของ เมอร์ฟี่แล้วก็โอเว่น (pen.)
ส่วนคู่อื่นๆก็
แมนยูฯ 1-1 แอสตั่น วิลล่า
อาร์เซนอล 1-2 แบ็ลคเบิร์น
หุหุ (แอบหัวเราะในใจ)
ในที่สุดลิเวอร์พูล ก็ครองจ่าฝูงต่ออีกสัปดาห์ครับผม
23.30 น.
กลับมาถึงบังกะโลที่พัก
นอนคุยกันถึงอดีตสมัยเรียน ม.1 - ม.5 กันสนุกสนาน ว่ตอนนี้ใครไปเรียนที่ไหนทำอะไรที่ไหนอยู่บ้าง
ที่สุดๆคือ ชื่อบิดา-มาดาที่เคยล้อกันนี่ ยังจำกันแม่น สุดๆ เหอๆ แต่ก็ฮาดีสนุกดี กว่าจะได้นอน คงสักตีสองได้
(วันอาทิตย์ 27 ตุลาคม 2545)
10.00 น.
ตื่นนอน.. ต่อคิวกันอาบน้ำ
12.00 น.
นั่งเรือกลับไป บ้านเพ
จากนั้นต่อรถที่บ้านเพกลับบ้าน
เป็นอันจบทริปส์ สั้นๆคราวนี้ลงด้วยดี
Happy ending.
ที่จริงมันเป็นความคิดของไอ้ลิ้มมากกว่า แต่ก็เอาเหอะนะ.. เพราะไม่ได้ไปกันแบบนี้ตั้งแต่ปี1 โน่น (ตอนนั้นไป เกาะช้าง)
(วันศุกร์ 25 ตุลาคม 2545)
22.00 น.
จัดกระเป๋าเสร็จ นั่งมอไซค์ ออกไปกินข้าวมันไก่ที่ตลาดบางเขน หลังจากนั้นนั่งรถเมล์ไปลง สนามหลาง ก็เกือบๆเที่ยงคืนแล้ว
หลังจากนั้นก็ต่อ แท๊กซี่ไปตลาดพลู บ้านไอ้เติ้ล ..
0.30 น.
พอไปถึงก็รอเวลา เพราะรถที่จะไป มันออกจากเอกมัยเที่ยวตี5 ซึ่งตอนไปถึงมันเพิ่งเที่ยงคืนกว่าๆเอง
สงสัยเพราะไม่ได้เจอกันนานก็เลยมีเรื่องคุยได้เรื่องๆจนตี 4 ก็ได้ฤกษ์ ไปเอกมัยกัน
ทีนี้ที่เราไปกันเนี่ยมัน 5 คน คือ ฉัน เติ้ล ลิ้ม เว้ง แล้วก็บี้
คือพอจะนึกออกใช่ป่ะว่า เวลานั่นเนี่ยเค้านั่งเป็น พอมี 5 คนปุ๊กก็เลยจะต้องมีคนนึง เด้งไปนั่งกับึนอื่น
ก็เลยใช้วิธีจับตั๋วกันคือ ให้เลือกเอง แต่ไม่ให้เห็นเบอร์ เห็นแต่หลังตั๋ว แค่นั้นเอง ปรากฎว่าคุณบี้ โชคดีคับ จับได้
เลยต้องระเห็ดไปนั่งกะลุงแก่ๆคนนึง
(ซึ่งตอนหลัง คุณบี้แกก็นอนซบลุงคนนั้นอย่างดีเลย หุหุ)
(วันเสาร์ 26 ตุลาคม 2545)
9.00 น.
มาถึงท่าเรือบ้านเพ ฝนตกแพรมๆ
9.30 น.
ซื้อตั๋วเรือข้ามฟากไปเกาะเสม็ด เรือจะออก 10.00 น.
เสร็จแล้วไปกินข้าวเช้า.. (รีบแดกสุดชีวิต)
กินเสร็ดไปซื้อเสบียง พวกน้ำ ขนม (แกล้มเหล้า) ไปกินที่เสม็ด
10.10 น.
รีบวิ่งไปขึ้นเรือ แต่เรือ (แม่ง) ออก 10 โมงเกือบครึ่ง รีบแทบตาย - -"
สุดท้ายก็ออก 10.30 น.
11.00 น.
ถึงเกาะเสม็ดโดยสวัสดิภาพ แล้วนั่งรถกระบะเข้าไปที่หาด เสียค่าเข้าไป 20 บาท (ค่าเข้าอุทยานมั้ง) ไปลงที่อ่าวไผ่ เสียค่ารถไปอีก 20 บาท นั่งรถไม่ถึง 5 นาทีคับ พอลงเสร็จก็ร่ำๆจะไปหาที่พักกันเพราะเหนื่อย และหนักครับ
เดินย้อนกันกลับไปที่หาดทรายแก้ว ไปดูที่พักซึ่ง ดูคล้ายๆห้องแถวมากกว่าจะเป็นบังกะโลอ่ะนะ แถมราคาก็แพงด้วย (คืนละ 800 เตียงคู่)
มีแต่คนไทยเต็มไปหมด ก็เลยเดินกลับไปอ่าวไผ่เหมือนเดิม คราวนี้ได้ห้องเล็กเหมือนเดิม แต่เป็นบ้านๆอยู่บนเขา บรรยากาศร่มรื่นดีกว่าที่แรกมาก ราคา 450 บาท ..
เที่ยงๆ น.
เดินเลาะๆชมหาดไปเรื่อยๆเพราะแถวนั้นหาดเยอะดี ..
ฝรั่งเยอะครับ อ่าวไผ่นี่แต่หาดทรายสวยมาก ขาวละเอียดแทบไม่มีกรวดเลย (จะต่างกับชะอำ หัวหินหรือพัทยาที่มีกรวดมากแล้วก็ทรายไม่สะอาดเท่า) ระหว่างที่เดินๆไปก็ เจอฝรั่งนอนเรียงรายกัน เหมือนนอนเตียงที่บ้านก็ไม่ปาน อ่านหนังสือบ้าง (กลางแจ้งแดดเปรี้ยงๆ) อาบแดดบ้าง นวดบ้างแล้วแต่.. แต่เท่าที่สังเกคดูฝรั่งเค้าจะบ้าแดดเยอะมาก บางคนนอนอาบจนตัวแดงกล่ำเลยก็มี
แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ มี "เปลือยออกนอนท้าแดดท้าลม" เป็นระยะๆจนต้องแอบมองไม่ได้
คือธรรมดานี่ก็แบบใส่ทูพีชเดินๆ นั่งๆนี่ก็ล้นจนแทบจะออกมาข้างนอนอยู่แล้วคับ
พวกเราเลย ต่างคนต่างกระดี๊กระด๊า กันใหญ่
ช่วงนี้ก็เดินไป พอปีนๆโขดหินมีที่ไหนวิวสวยๆก็ ถ่ายรูป โพสต์ท่ากันอย่างสนุกทีเดียว
ถ้าใครไปเสม็ดแล้วเอามือถือไปด้วยนี่ ถ้าอยู่ที่หาดธรรมดาๆนี่จะไม่ค่อยมีคลื่นต้องเดินไปจนเกือบสุด อ่านไผ่น่ะถึงจะใช้ได้
ก็เลยอดไม่ได้โทรไปทักทายๆ .. บ้าง
...
ฝนตก
...
17.30 น.
ฝนหยุด แล้วก็เลยชวนกันไปเล่นน้ำกันอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
รู้สึกว่าไม่ได้เล่นน้ำทะเลมานานมากเลย ทั้งๆที่ก็ไปหลายครั้งอยู่ แต่คราวนี้มันเหมือนกับย้อนกลับไปเป็นเด็ก ไม่ต้องมีฟอร์ม ไม่ต้องมีอายเพราะ รู้ไส้รู้พุง เจอะเจอ เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก
มันก็ดีไปอีกแบบ เป็นความรู้สึกที่ดีใช้ได้ทีเดียว
21.00 น.
เริ่มหิว เดินกันเป็นซอมบี้ ออกไปหาร้านอาหารกินข้าวกัน ตอนแรกจะกินที่ริมหาดแต่ พอดีคืนนั้นมีบอลลีกอังกฤษพอดี ก็เลยเลือกที่จะนั่งข้างในหน้าจอทีวี รอดูบอลซะมากกว่า .. ซึ่งก็โชคดีมากที่ไม่นั่งริมหาดเพราะว่าหลังจากนั้นไม่นานฝนก็ตกลงมา ห่าใหญ่ๆ เรียกว่าร่มที่ปักกันแดดเมือ่ตอนกลางวันนี่ปลิวลอยไปหลายตัวทีเดียว ..
คืนนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จก็ทานเหล้ากันนิดหน่อย ประมาณคนละแก้วเพราะว่า ไม่ค่อยกินกันมากยกเว้น ไอ้คุณบี้ของเราคนเดียวที่ ร่ำๆว่าเปรี้ยวปากอยากกิน แต่พอไม่ค่อยมีคนกินกัน ก้เลยกินไปแค่นิดเดียว
ซึ่งผลบอลคืนนั้นก็ ชัยชนะตกเป็นของลิเวอร์พูลเหนือ สเปอร์ 2-1 จากการทำประตูของ เมอร์ฟี่แล้วก็โอเว่น (pen.)
ส่วนคู่อื่นๆก็
แมนยูฯ 1-1 แอสตั่น วิลล่า
อาร์เซนอล 1-2 แบ็ลคเบิร์น
หุหุ (แอบหัวเราะในใจ)
ในที่สุดลิเวอร์พูล ก็ครองจ่าฝูงต่ออีกสัปดาห์ครับผม
23.30 น.
กลับมาถึงบังกะโลที่พัก
นอนคุยกันถึงอดีตสมัยเรียน ม.1 - ม.5 กันสนุกสนาน ว่ตอนนี้ใครไปเรียนที่ไหนทำอะไรที่ไหนอยู่บ้าง
ที่สุดๆคือ ชื่อบิดา-มาดาที่เคยล้อกันนี่ ยังจำกันแม่น สุดๆ เหอๆ แต่ก็ฮาดีสนุกดี กว่าจะได้นอน คงสักตีสองได้
(วันอาทิตย์ 27 ตุลาคม 2545)
10.00 น.
ตื่นนอน.. ต่อคิวกันอาบน้ำ
12.00 น.
นั่งเรือกลับไป บ้านเพ
จากนั้นต่อรถที่บ้านเพกลับบ้าน
เป็นอันจบทริปส์ สั้นๆคราวนี้ลงด้วยดี
Happy ending.

